เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 รัฐบาลญี่ปุ่นและรัฐบาลกัมพูชาได้ลงนามข้อตกลงความช่วยเหลือด้านความมั่นคงอย่างเป็นทางการ ภายใต้กรอบความช่วยเหลือด้านความมั่นคงอย่างเป็นทางการ (Official Security Assistance: OSA) โดยญี่ปุ่นจะสนับสนุนเรือตรวจการณ์และอุปกรณ์สื่อสารให้แก่กองทัพกัมพูชา วงเงินรวม 500 ล้านเยน หรือประมาณ 3.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านความมั่นคงทางทะเล การเฝ้าระวังชายฝั่ง และการรับมือภัยคุกคามด้านความมั่นคงในภูมิภาค
รายงานของ Khmer Times ระบุว่า พิธีลงนามจัดขึ้นที่กระทรวงกลาโหมกัมพูชา โดยมีนายอุเอโนะ อัตสึชิ (Atsushi Ueno) เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกัมพูชา และ พล.อ.เตีย เซยฮา (Tea Seiha) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ลงนามในนามของทั้งสองประเทศ ถือเป็นครั้งแรกที่กัมพูชาได้รับการสนับสนุนยุทโธปกรณ์จากญี่ปุ่นภายใต้โครงการ OSA ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นจัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศหุ้นส่วนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
ฝ่ายญี่ปุ่นระบุว่า ความช่วยเหลือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพกัมพูชาในการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงทางทะเล การลาดตระเวนและเฝ้าระวังชายฝั่ง การค้นหาและกู้ภัย ตลอดจนการรับมือกับภัยพิบัติ โดยย้ำว่าโครงการดังกล่าวไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจทางทหารในภูมิภาค แต่เป็นการสนับสนุนการรักษาความมั่นคงทางทะเลและเสรีภาพในการเดินเรือตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
สำหรับโครงการ Official Security Assistance (OSA) เป็นนโยบายด้านความมั่นคงที่รัฐบาลญี่ปุ่นเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2566 แยกจากโครงการความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนา (Official Development Assistance: ODA) โดยมุ่งสนับสนุนประเทศคู่มิตรผ่านการจัดหาอุปกรณ์ด้านความมั่นคงที่ไม่ใช่อาวุธเชิงรุก อาทิ ระบบสื่อสาร เรือตรวจการณ์ ระบบเรดาร์ และอุปกรณ์เฝ้าตรวจ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบังคับใช้กฎหมายทางทะเลและการรักษาความมั่นคงของแต่ละประเทศ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่การแข่งขันด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความเข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะการขยายอิทธิพลของจีนในกัมพูชาและพื้นที่อ่าวไทย ส่งผลให้ญี่ปุ่นเดินหน้ากระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
