เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์รายหนึ่งได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวที่สร้างความตกใจและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังพบว่าร้านอาหารชื่อดังได้คิดราคาค่าอาหารเกินจริงเมื่อลูกค้าเลือกชำระเงินผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส”
ผู้โพสต์ระบุว่า ได้สั่งเมนู “ข้าวหมูกรอบ” ซึ่งตามปกติมีราคา 50 บาท แต่เมื่อชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันที่เชื่อมโยงกับโครงการไทยช่วยไทยพลัส กลับถูกคิดเงินในราคา 55 บาท
โดยระบบแสดงยอดค่าสินค้า/บริการที่ 55 บาท และหักสิทธิไทยช่วยไทยพลัสไป 33 บาท ทำให้ต้องชำระจริง 22 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าการจ่ายด้วยเงินสดที่ควรจะเป็น 50 บาท สร้างความกังวลว่าเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคและอาจเข้าข่ายการกระทำที่ไม่โปร่งใส

ภายหลังการโพสต์เรื่องราวดังกล่าว ได้มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นและแบ่งปันประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกัน
หลายรายตั้งข้อสังเกตว่าพฤติกรรมเช่นนี้อาจเกี่ยวข้องกับการหลีกเลี่ยงภาษี หรือการพยายามบวกราคาเพิ่มเพื่อชดเชยส่วนลดจากโครงการภาครัฐ ซึ่งเป็นการผลักภาระให้กับผู้บริโภคอย่างไม่เป็นธรรม นอกจากนี้ยังมีการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เช่น กรมสรรพากร หรือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เข้ามาตรวจสอบพฤติกรรมการคิดราคาที่ไม่ถูกต้องนี้ เพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภคและรักษามาตรฐานการค้าขายที่โปร่งใสในสังคม
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและผู้ใช้งานบางส่วนยังแนะนำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบเก็บหลักฐานการทำธุรกรรมไว้ เพื่อใช้ในการแจ้งเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้มีการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
เรียบเรียง สยามนิวส์
