โรงพยาบาลอ่างทองเปิดแถลงข่าวชี้แจงกรณีดราม่าการจัดเลี้ยงภายในหอผู้ป่วยวิกฤติทารกแรกเกิด (NICU) หลังพ่อแม่ของทารกรายหนึ่งเข้าร้องเรียนและตั้งข้อสงสัยว่าการจัดงานเลี้ยงอาจเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของลูกชาย
โดยโรงพยาบาลยอมรับว่ามีการจัดกิจกรรมรับประทานอาหารจริง แต่ยืนยันว่าไม่ใช่สาเหตุของการเสียชีวิต พร้อมระบุว่าทารกมีภาวะเจ็บป่วยรุนแรงตั้งแต่แรกเกิด และทีมแพทย์ได้รักษาอย่างเต็มความสามารถตามมาตรฐานวิชาชีพ

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอ่างทอง นพ.ทวีโชค โรจน์อารัมภ์กุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอ่างทอง พร้อมด้วย พญ.ปาริชาติ ศิระวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอ่างทอง ทีมกุมารแพทย์ แพทย์สูตินรีเวช และพยาบาลที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการรักษาทารกที่เสียชีวิต

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามารดามีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง โดยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดีตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ อีกทั้งระหว่างฝากครรภ์ยังพบว่าระดับน้ำตาลสูงกว่าเกณฑ์เป็นส่วนใหญ่ ส่งผลให้ทารกมีน้ำหนักแรกเกิดมากกว่าเกณฑ์ตามอายุครรภ์
โรงพยาบาลระบุว่า ทารกคลอดก่อนกำหนดเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 อายุครรภ์ 36 สัปดาห์ น้ำหนักแรกเกิด 4,305 กรัม และมีภาวะความดันเลือดในปอดสูง (PPHN) ภาวะหายใจลำบากชั่วคราวในทารกแรกเกิด (TTNB) รวมถึงสงสัยภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ซึ่งล้วนเป็นภาวะที่มีความรุนแรงและมีอัตราการเสียชีวิตสูง
หลังคลอดเพียง 1 ชั่วโมง เด็กมีอาการหายใจลำบากและออกซิเจนในเลือดต่ำ จึงถูกส่งเข้ารักษาในหอผู้ป่วยวิกฤติทารกแรกเกิด (NICU) โดยได้รับการรักษาด้วยยา เครื่องช่วยหายใจ และการดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลแม่ข่ายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเห็นว่าผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงหากเคลื่อนย้าย
ทีมแพทย์เปิดเผยว่า แม้อาการของเด็กจะทรงตัวในบางช่วง แต่ยังคงอยู่ในภาวะวิกฤติ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจชนิดความถี่สูงและยากระตุ้นความดันโลหิตหลายชนิด กระทั่งวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 อาการทรุดลงอย่างต่อเนื่อง ระดับออกซิเจนในเลือดลดลง ก่อนเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น ทีมแพทย์ได้ช่วยฟื้นคืนชีพนาน 35 นาที แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ และประกาศการเสียชีวิตเมื่อเวลา 10:45 น.

พญ.ศิริสุดา อัญญะโพธิ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบไม่พบหลักฐานว่าทารกติดเชื้อจากภายนอก เนื่องจากเด็กอยู่ภายในตู้อบที่มีฝาครอบ ใช้เครื่องช่วยหายใจ และมีม่านพลาสติกกั้นตลอดเวลา อีกทั้งไม่พบว่ามีบุคคลภายนอกเข้าไปสัมผัสตัวเด็กหรืออุปกรณ์ภายในตู้ จึงมั่นใจว่าไม่ได้ติดเชื้อจากกิจกรรมรับประทานอาหารในห้อง NICU
ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลว่าศีรษะของเด็กยุบหรือข้อเท้าหมุนผิดปกตินั้น แพทย์ชี้แจงว่า ศีรษะไม่ได้ยุบ แต่เป็นการโกนผมเพื่อหาเส้นเลือดสำหรับรักษา ขณะที่อาการบวมบริเวณร่างกายและข้อเท้าเกิดจากการได้รับสารน้ำจำนวนมาก เนื่องจากเด็กอยู่ในภาวะวิกฤติ
ด้าน พญ.เยาวเรศ กิตติธเนศวร สูตินรีแพทย์ เปิดเผยว่า มารดาเริ่มฝากครรภ์เมื่ออายุครรภ์ประมาณ 18 สัปดาห์ โดยมีภาวะเสี่ยงจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ทีมแพทย์ได้ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด พร้อมแนะนำให้ควบคุมระดับน้ำตาลและเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล แต่ผู้ป่วยปฏิเสธการนอนรักษาเนื่องจากมีความจำเป็นส่วนตัว อีกทั้งมีการใช้ยาไม่ต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ตามเป้าหมาย ซึ่งทีมแพทย์ได้แจ้งถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพของทารก รวมถึงโอกาสเสียชีวิตในครรภ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว
ส่วนประเด็นการจัดเลี้ยงภายในห้อง NICU นั้น พญ.ปาริชาติ ศิระวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอ่างทอง ยอมรับว่ามีการจัดกิจกรรมรับประทานอาหารจริง และได้มีคำสั่งห้ามจัดกิจกรรมลักษณะดังกล่าวภายในหอผู้ป่วยโดยเด็ดขาด พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ขณะที่วันเกิดเหตุยังมีพยาบาล 3 คนปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยภายในห้องตามปกติ โดยไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรม
ด้าน นพ.ทวีโชค โรจน์อารัมภ์กุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดเลี้ยงในห้อง NICU แล้ว โดยจะพิจารณาเปรียบเทียบกับแนวปฏิบัติและกรณีอื่น ๆ เพื่อพิจารณาว่ามีความผิดทางวินัยหรือไม่ พร้อมยืนยันว่าหากพบการกระทำที่ไม่เหมาะสม จะดำเนินการตามระเบียบอย่างตรงไปตรงมา
อย่างไรก็ตาม ทางโรงพยาบาลอ่างทองได้ระบุสาเหตุการเสียชีวิตไว้ในใบมรณบัตรของเด็กชายว่า แรงดันในปอดสูง ทว่าที่โรงพยาบาลตำรวจได้ระบสาเหตุการเสียชีวิตว่า ระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลว

